วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย

  1. ปัญหาปวดตาหรือเมื่อยตา
    เกิดจากการเพ่งใช้สายตาติดต่อกันอย่างยาวนาน ทำให้มีอาการเมื่อยล้าจากการใช้สายตา ข้อแนะนำคือ ควรมีการหยุดพักสายตาเป็นระยะ  โดยทุกๆ 20 ถึง 30 นาที ให้พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ โดยมองไปบริเวณพื้นที่กว้างหรือนอกหน้าต่าง เพื่อลดการเพ่งของสายตาประมาณ ครึ่งถึงหนึ่งนาที ก่อนกลับมาเริ่มทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ต่อไป
  2. ปัญหาเคืองตาจากการใช้จอคอมพิวเตอร์
    อาจเกิดจากการใช้สมาธิในการทำงาน ทำให้มีการกระพริบตาน้อยกว่าภาวะปกติ ซึ่งควรมีการกระพริบตาประมาณ 10 - 15 ครั้งต่อนาทีเพื่อป้องกันภาวะตาแห้ง  หรือเมื่อรู้สึกเคืองตา แสบตา ให้หลับตาพัก 3-5 วินาที เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาจากเปลือกตาบนด้านในมาฉาบให้ความชุ่มชื้นต่อลูกตา  แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาชนิดน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาเทียม เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้
  3. ปัญหาตามัว
    เป็นปัญหาที่มักพบในเด็กที่มีการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมมากเกินไป   แม้ว่าภาวะสายตาสั้น สายตาเอียงหรือสายตายาว ถูกกำหนดมาแล้วโดยธรรมชาติ พฤติกรรมการใช้สายตามีผลน้อยมากหรือไม่มีผลต่อสายตาอย่างถาวร  แต่การปล่อยให้เด็กใช้สายตาเพ่งเกมหรือคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการปวดเมื่อยตา ศีรษะ และทำให้มีการเพ่งตาค้าง เกิดภาวะคล้ายสายตาสั้น คือมองไกลไม่ชัด แต่มักเป็นอยู่เพียงชั่วคราวก็จะกลับสู่ภาวะปกติ ดังนั้นแม้ว่าการเล่นเกมจะไม่ทำให้สายตาสั้นอย่างถาวร แต่ก็ควรแนะนำและอนุญาตให้เด็กเล่นแต่พอเหมาะ เพื่อสุขภาพของตาเด็กเอง
นอกจากนั้น การใช้คอมพิวเตอร์ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ  ควรให้ความสำคัญกับการจัดตำแหน่งการนั่งให้เหมาะสม  การวางข้อมือเพื่อใช้เมาส์ ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สบาย และเมาส์มีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนต้องเกร็งมืออยู่ตลอดเวลา  ปัญหาพฤติกรรมในเด็ก  อาจทำให้เด็กละเลยการเรียน หรืออาจมีพฤติกรรมที่รุนแรงจากการเล่นเกม ผู้ปกครองจึงควรให้ความสนใจให้เด็กมีความสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัวและโลกแห่งความจริง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เด็กสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างเหมาะสม

ข้อแนะนำในการใช้คอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัยกับสุขภาพ

  1. จัดตำแหน่งการทำงานให้เหมาะสม แสงสว่างเพียงพอ ไม่มีแสงจากหน้าต่างส่องเข้าตาโดยตรง โต๊ะ เก้าอี้ สูงพอเหมาะ จัดระดับของจอภาพให้อยู่ต่ำกว่าสายตาประมาณ 10-15 องศา
  2. ควรมีการหยุดพักสายตาเป็นระยะ  โดยทุกๆ 20 ถึง 30 นาที ให้พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ โดยมองไปบริเวณพื้นที่กว้างหรือนอกหน้าต่าง เพื่อลดการเพ่งของสายตาประมาณ ครึ่งถึงหนึ่งนาที
  3. กระพริบตาประมาณ 10 - 15 ครั้งต่อนาที เพื่อป้องกันภาวะตาแห้ง  หรือให้หลับตาพัก 3-5 วินาทีบ่อยๆ เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตามาฉาบให้ความชุ่มชื่นต่อลูกตา  และอาจพิจารณาใช้ยาหยอดตาชนิดน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาเทียม เพื่อบรรเทาอาการแสบตา
  4. ในกรณีเด็ก ผู้ปกครองควรช่วยคัดกรองให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์เฉพาะที่ส่งเสริมการพัฒนาและไม่ชักนำไปสู่ความรุนแรง  กำหนดกติกาในการเล่นเกมให้สามารถแบ่งเวลาในการทำกิจกรรมอื่นได้อย่างเหมาะสม และควรนำเครื่องเล่นเกมหรือจอคอมพิวเตอร์มาวางในที่เปิดเผยของบ้าน  เพื่อให้ผู้ใหญ่สามารถร่วมรับรู้กับกิจกรรมของเด็กได้ รวมทั้งถ้ามีเวลา  ควรลองร่วมกิจกรรมกับเด็ก  เพื่อสามารถให้คำแนะนำถึงประโยชน์และโทษได้อย่างเหมาะสม
        (ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย)



**ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไรจึงจะปลอดภัย (สภากาชาดไทย)

          ผู้มีอาชีพที่จะต้องนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน มักจะเกิดปัญหากับสุขภาพหลายอย่าง ทั้งสายตา ปวดคอ ปวดหลัง

          ปัญหาทางสายตาเป็นเรื่องใหญ่  ใครที่นั่งจ้องจอคอมฯ นานกว่า 3 ช.ม. ติดต่อกัน จะทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า สายตาจะพร่า อาจปวดกระบอกตา แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล 

วิธีแก้ปัญหา

          1. ควรตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างอย่างน้อย 2 ฟุต ในระดับสายตาตรงหน้าพอดี 

          2. เลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำ รู้ได้โดยเวลาดับเครื่องไฟฟ้าสถิตจะมีน้อย ถ้ามีมากเอามือไปอังใกล้ ๆ หน้าจอ ขนจะลุก

          3. ปรับแสงให้พอรู้สึกสบายตา อาจใช้แผ่นกรองแสงสวมหน้าจอจะช่วยได้ ไฟแสงสว่างด้านหลังอาจทำให้เกิดภาพสะท้อนที่จอทำให้สายตาเสียได้ 

          4. ทำความสะอาดจอภาพของคอมพิวเตอร์เสมอ

          5. ควรพักสายตาบ้าง ไม่ควรทำคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานเกิน 1-2 ช.ม. ควรพักสายตาสัก 15 นาที หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหมาด ๆ ปิดตาไว้ 2-3 นาที จะช่วยได้มาก

          6. พวกใช้คอนแทคเลนส์ ควรหยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ


ปวดคอ


ปัญหาปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ แก้ไขโดย

          1. ตั้งจอตรงหน้าพอดีไม่สูง ไม่ต่ำ ไม่เอียงซ้าย หรือขวา

          2. คีย์บอร์ดและเม้าส์ควรอยู่ระดับเอวหรือระดับหน้าตักพอดี เพราะถ้าอยู่สูงกว่านี้เวลาใช้คีย์บอร์ดและเม้าส์นาน ๆ ไหล่จะค่อย ๆ ยกสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้แขนและมือจะได้ทำงานถนัด แต่การยกไหล่ขึ้นนาน ๆ กล้ามเนื้อที่ยกไหล่จะล้า ปวดเมื่อยได้ ปวดตั้งแต่ไหล่ บ่า ถึงคอ

          3. ต้องพักการทำคอมพิวเตอร์ ทุก 1-2 ช.ม.


ปวดหลัง

ปัญหาปวดหลัง แก้ไขโดย

          1. ขณะนั่งทำคอมพิวเตอร์ควรนั่งเก้าอี้ที่สูงพอดี เท้าวางบนพื้นได้เต็มเท้า ถ้าสูงเกินไปจนเท้าลอย หรือถ้าต่ำเกินไป ก้นจะจ่อมอยู่บนที่นั่ง ทำให้เมื่อยบริเวณก้นได้ 

          2. เวลานั่งต้องเลื่อนตัวให้นั่งชิดพนักพิง ไม่ใช่นั่งอยู่แค่ครึ่งที่นั่งของเก้าอี้ 

          3. หลังจะต้องพิงพนักเก้าอี้อยู่ตลอดเวลา โดยพนักพิงทำมุมกับที่นั่ง ไม่เกิน 100 องศา

          4. ต้องพักการทำคอมพิวเตอร์ ทุก 1-2 ช.ม.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น